Believe

เหรียญเจ้าพ่อสีเสือ

Posted on

ที่มาของการสร้างเหรียญเจ้าพ่อสีเสือ

ณ อาหารค่ำ วันพุธที่ 30 เดือนเมษายน พ.ศ.2568 ข้าพเจ้าได้รับคำเชิญทานอาหารค่ำจาก พลตรี กิตติพงษ์ เนื่องชมภู ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 (ผบ.มทบ.23)  (ต่อไปจะใช้คำเรียกว่า ผบ.หน่อง) ณ ร้านล้อมข้าว ในระหว่างการรับประทานอาหาร ก็มีการพูดคุยเรื่องราวต่างๆ มากมาย และหัวข้อที่สำคัญก็เริ่มขึ้น ท่าน ผบ.หน่อง บอกว่า น้องๆ ในค่ายอยากสร้างเหรียญเจ้าพ่อสีเสือ (ซึ่งเป็นศนย์รวมจิตใจของชาว มทบ.23 และ ชาวศิลา) เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ข้าพเจ้าก็ตอบไปทันทีว่า “ได้ครับ” ไม่มีปัญหา เดี๋ยวออกแบบเรียญให้ ครับ จากนั้นก็พูดคุยสวนเสเฮฮาไปตามเรื่อง

เนื่องจากข้าพเจ้า ไม่ได้รู้จักเจ้าพ่อสีเสือมาก่อน ทำให้ทางผบ.หน่อง นัดพบในวันสมโภชน์เจ้าพ่อสีเสือ  วันพุธที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ.2568 เนื่องจากข้าพเจ้า ทำงานดึกบ่อยครั้ง จึงไม่สามารถมาร่วมงานช่วงเช้าได้ จึงได้ขอขยับเวลาเป็นช่วง 09:30 น. ณ เรือนรับรอง มทบ.23 ข้าพเจ้า ได้มาพูดคุยรูปแบบเหรียญ ว่าแต่ละแบบเป็นเช่นไร  และเวลา 11:00 จึงได้เดินไปกราบสัการะเจ้าพ่อสีเสือ เพื่อขออนุญาตท่านเพื่อสร้างเหรียญ

กราบเจ้าพ่อสีเสือ เพื่อขออนุญาตจัดสร้างเหรียญ

ในระหว่างที่เดินดูรอบๆ ศาลเจ้าพ่อสีเสือ และอ่านประวัติของเจ้าพ่อสีเสือเสร็จ สิ่งที่ข้าพเจ้าสนใจคือองค์เจ้าพ่อสีเสือ ที่อยู่ในศาล ทั้งสององค์ จากประสบการณ์ที่ได้ศึกษาองค์หล่ออนุสาวรีย์ที่มีในเมืองไทย ทำให้เกิด สงสัยว่า ทำไมใบหน้าของเจ้าพ่อสีเสือ ถึงละม้ายคล้ายกับ พญาแล ที่ชัยภูมิ  ท่าน ผบ.หน่อง เลยตามผู้ดูแล และผู้ทราบเรื่ององค์บูชาในศาล มาสอบถาม จึงทราบว่า หลังจาก เกิดเห็นการไฟไหม้ศาล ทำให้ภาพวาด เจ้าพ่อสีเสือ ไหม้ เมื่อได้จัดสร้างศาลใหม่ เลยได้ออกหาองค์บูชามาไว้ที่ศาล และได้พบองค์บูชาที่ใกล้เคียงที่จ.ชัยภูมิ เมื่อได้ยินดังนั้น ทางท่าน พ.อ.ยุทธนา มหาวัน รอง ผบ.มทบ.23 (ต่อไปขอเรียกว่า รอง.ป้อม) จึงได้กล่าวกับผมว่า “อ.อ๊อด ลองนั่งสมาธิ ให้นิมิตเห็นใบหน้าท่านเจ้าพ่อสีเสือ หน่อยสิ” เพราะการปั้นและการออกแบบ จำเป็นต้องเป็นใบหน้าที่ใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด (รอง.ป้อม ทราบว่า ข้าพเจ้านั่งสมาธิ ทุกวัน)

จากนั้น ข้าพเจ้าก็นั่งสมาธิ และตั้งจิตอธิฐาน ขอได้เห็นภาพท่าน นั่งหลายครั้ง ก็ไม่เกิดนิมิตอะไร เพียงได้ความสงบตามปกติ เวลาผ่านไปจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2568 ข้าพระเจ้าไปไปเรียนด้านออกแบบนาฬิกาและจิวเวลลี่ ร่วม 2 สัปดาห์ และสัปดาห์ที่สอง ช่วงวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2568  กลางดึก คืนที่เพลียจากการเรียน หลับไปตอนไหนไม่ทราบ แต่ได้ฝัน เห็นเจ้าพ่อสีเสือ จูงม้า ถือดาบมือซ้าย เดิมมาหา แล้วชี้หน้าแล้ว พูดว่า “มึงอยากเห็นหน้ากูใช่ไหม มึงดูให้พอ ทำไมมึงจำกูไม่ได้ มึงเคยเป็นลูกน้องกู มึงตายเพราะมีดฟันคอ ถ้ามึงไม่เชื่อ เดี๋ยวมึงก็เห็น” จากนั้นข้าพเจ้าก็สะดุ้งตื่น ด้วยความกลัวลืมใบหน้า จึงได้ทำการ sketch ภาพปรับแต่งไปเรื่อยๆ พอเช้าก็ได้ส่งภาพไปให้น้องในทีมปั้นเป็นภาพ 3D จากนั้นก็ปั้มไปเรื่อยๆ จนคิดว่าเหมือนภาพที่ผมฝันเห็น

ภาพสำเนา ภาพที่วาดจากฝัน

ก่อนหน้าที่จะฝันได้ร่างแบบเหรียญไว้คร่าวๆ ตอนแรก ได้ข้อมูลว่าเจ้าพ่อสีเสือเป็นทหารม้า ข้าพเจ้าเลยวาดร่างแบบโดยองค์เจ้าพ่อมีดาบคู่ไขว้หลัง เพื่อความสมดุลย์ของเหรียญ และมีม้าสองข้างปิดด้านล่างด้วยหัวเสือ แต่พอหลังจากฝัน เลยต้องเอาดาบคู่ไขว้หลังออก เป็นให้ท่านถือดาบมือซ้าย

เหรียญแบบแรกที่ออกแบบ

ในระหว่างที่เรียนออกแบบนาฬิกาและ Jewelry จบ รับใบประกาศนียบัตรเสร็จ ก็จะบินกลับจากกรุงเทพฯ ในระหว่างรอขึ้นเครื่อง แขนข้างขวาท่อนบนอยู่ๆ ก็ยกไม่ขึ้น พอกลับถึงบ้าน ก็ได้บอกอาการกับภรรยา ตื่นเช้าก็รีบไปหาคุณหมอที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในขอนแก่น ทำ MRI ครั้งแรก คุณหมอก็ยังให้ดูอาการ หลังจากนั้นข้าพเจ้าขอทำ MRI อีกรอบ คุณหมอเลยส่งต่อให้อาจารย์เกรียงไกร ท่านดู MRI ครั้งที่สองที่ทำ ท่านตรวจอย่างละเอียดแล้วแจ้งว่า พบหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ต้องผ่าตัด เลยขอไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ตรวจวันเสาร์เสร็จช่วงเย็นๆ วันอาทิตย์ Admit วันจันทร์ตอน 16:30 น. ทำการผ่าตัด ซึ่งบริเวณที่ผ่าตัดคอ ซึ่งแผลที่ผ่า มีลักษณะคล้ายกับถูกดาบฟันที่บริเวณคอ ตามที่ข้าพเจ้าฝัน

 

ภาพซ้ายหลังผ่าตัด ภาพขวา นอนรอตัดไหม

เมื่อผ่าตัดเสร็จแล้ว อีกสองวันข้าพเจ้าก็ทำการโทรหา ท่านหน่อง เล่าเรื่องให้ฟัง ท่านหน่องก็บอกว่า ตอนที่ผมเงียบไป ก็คิดว่า ข้าพเจ้าเป็นคนบ้างาน อยู่ๆ เงียบไป ต้องมีอะไรแน่ พอทราบเรื่องที่ผมเล่า เรื่องฝันและเรื่องผ่าตัด ท่านหน่องก็ขนลุก ผมก็พยายามคิดว่ามันคนละเรื่อง แต่กลับมาคิด ก็อาจเป็นสิ่งที่ทางท่านเจ้าพ่อสีเสือส่งสัญญาณแจ้งมาว่าเป็นเรื่องจริง เมื่อออกมาก็ได้ทำการออกแบบเหรียญแบบที่สอง เป็นงานที่ปรับจากเหรียญแรก เล็กน้อยเพื่อทำเป็นเหรียญหล่อ เป็นงานพุทธศิลป์ทรงจำปี

ยันต์หลังเหรียญ

ยันต์หลังเหรียญ ได้รับความเมตตาจากหลวงปู่ศิลา สิริจันโท ได้เขียนยันต์หลังเหรียญ และตั้งชื่อเหรียญว่า รุ่น “พุทธะเจ้า 10 ชาติ”

Most Popular

Copyright © 2023-2024 APICH.AI